การพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานของผู้บริหาร ด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

สันติ บุญภิรมย์

Abstract


Abstract
The objectives of this research were ; 1) to investigate the awerage age of social science
administrators 2) to investigate their level of knowledge of the ASEAN Community 3) to evaluate
their attitude towards the ASEAN Community 4) to evaluate the level of administrative behaviors
in preparation for the ASEAN Community 5) to identify predictors of administrative behaviors
in preparation for the ASEAN Community and 6) to investigate the organizational suggestions
about administrative behaviors of social science administrators of Rajabhat Universities’ in
preparation for the ASEAN Community. The sample size was 420 respondents selected by purposive
random sampling. The research instrument was a questionnaire with four parts ; (1) personal
factor (2) knowledge on the ASEAN Community at difficulty level from.20 up to.83 and
discrimination values from.25 up to 1.00 and value of KR-20 was 0.88 (3) attitude on the ASEAN
Community and the reliability of this part was .93 and (4) administrative behaviors in preparation
for the ASEAN Community at the reliability level of .97 The analysis of data was performed by
descriptive statistics and statistics for testing hypothesis to identify factors associated with
outcome. The result of the research were as follows : 1) the average age of social science
administrators at 46 years 2) knowledge on ASEAN Community at medium level, 3) attitude on ASEAN
Community at medium level, 4) administrative behaviors in preparation for the ASEAN Community
both total and each aspect at medium level, 5) predictive factors affecting administrative behaviors
in preparation for the ASEAN Community were by two factors; 1) the attitude at a significant level
of .01 and correlation coefficient of .235 and R was .0552 which shows that attitude in administrative
behaviors could be predicted at 5.52 percent 2) when adding the factors in step two in both attitude
and knowledge at model summary, the study showed that correlation coefficient of.282 and R was
.0800 which shows that both attitude and knowledge in administrative behaviors could be predicted
at 8 percent. There was no significant correlation with age. Suggestions include for teaching aspect;
1.1) the organizationshould produce more multi-skilled students, 1.2) the teachers should use both
Thai and English in the classroom 1.3) there should be student exchange program between member
countries in the ASEAN 2) in research aspect there should be the implementation of research paper
from lecturers in ASEAN Countries to be referred to in others’ work, 3) in social academic service 

aspect, research paper should be publicized to member countries of the ASEAN which
would be easy to use, 4) in maintenance of art and culture aspect; 4.1) there should be more
cultural presentations between member countries and 4.2) there should be lecturer exchange
between member countries of the ASEAN with projects focusing on knowledge and culture and
5) in another aspect, suggestions were; 5.1) administrators should support the organization in
preparation for the ASEAN Community 5.2) personnel in the organization should use basic
communication in everyday working by using English Language 5.3) at the same time, administrators
should emphasize strong Thai identity. And 5.4) there should be projects in preparation for the
ASEAN Community for instance, English camp activities and drama contest by using English.
Keywords: Predictive factors, Age, Knowledge, Administrative behaviors, ASEAN Community,
Social Science Administrators and Rajabhat Universities.

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับอายุโดยเฉลี่ยของผู้บริหารด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏ 2) ระดับความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน 3) ระดับทัศนคติต่อประชาคมอาเซียน 4) ระดับพฤติกรรมการบริหารงาน
ในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 5) ค้นหาตัวพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานในการเตรียมความพร้อม
ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และ 6) ประมวลข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริหารงานของผู้บริหารด้านสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน กำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 420 คน เครื่องมือ
การวิจัยมี 4 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 สถานภาพของบุคคล ตอนที่ 2 แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน
มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ .20 ถึง .83 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .25 ถึง 1.00 และค่า KR-20 เท่ากับ 0.88 ตอนที่ 3 แบบวัด
ทัศนคติต่อการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .93 และตอนที่ 4 แบบสอบถาม
เกี่ยวกับ พฤติกรรมการบริหารงานในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .97
การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาค่าสถิติพรรณนาและสถิติทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) อายุของผู้บริหารด้าน
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยเฉลี่ย 46 ปี 2) ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนอยู่ในระดับปานกลาง 3) ทัศนคติ
ต่อการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน อยู่ในระดับปานกลาง 4) พฤติกรรมการบริหารงานของผู้บริหารด้าน
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนทั้งภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับ
ปานกลาง 5) ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงาน มี 2 ตัว ได้แก่ 1) ทัศนคติ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
มีค่า r. เท่ากับ .235 สามารถพยากรณ์ได้ว่าทัศนคติกับพฤติกรรมการบริหารงานได้ร้อยละ 5.52 และ 2) ความรู้
มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีค่า r. เท่ากับ -.103 เมื่อต้องเพิ่มตัวพยากรณ์ในขั้นตอนที่ 2 เป็นการพยากรณ์ร่วม
ระหว่างทัศนคติกับความรู้นั่นคือ ทั้งทัศนคติและความรู้สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานได้ร้อยละ 8 ส่วน
อายุของผู้บริหารด้านสังคมศาสตร์ไม่พบว่า มีนัยสำคัญทางสถิติ และ 6) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริหารงานใน
ด้านต่างๆ มีดังนี้ 1) ด้านการผลิตบัณฑิต 1.1) ควรสร้างนักศึกษาเพื่อการแข่งขันเน้นทักษะที่รอบด้านมากขึ้น 1.2) ควร
ริเริ่มให้คณาจารย์ใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในห้องเรียน และ 1.3) ควรจัดโครงการ แลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่าง
ประเทศสมาชิก 2) ด้านการวิจัย ควรนำงานวิจัยของประเทศสมาชิกอาเซียนมาอ้างอิงในการทำงานวิจัยของคณาจารย์
3) ด้านการบริการทางวิชาการแก่สังคม ควรจัดให้มีการเผยแพร่งานวิจัยสู่ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนโดยให้มี
การเข้าถึงโดยง่าย 4) ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 4.1) ควรริเริ่มให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของประเทศ
สมาชิกมากขึ้นและ 4.2) ควรมีการจัดทำโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ภายในประชาคมอาเซียนเกี่ยวกับด้านความรู้
และวัฒนธรรมและ 5) ข้อเสนอแนะด้านอื่นๆ ประกอบด้วย 5.1) ผู้บริหารควรเป็นผู้คิดริเริ่มในการส่งเสริมการเตรียม
ความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 5.2) ควรฝึกการสื่อสารขั้นพื้นฐานเป็นการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน 5.3) ควรสร้าง
ความแข็งแกร่งในความเป็นเอกลักษณ์ไทยควบคู่ไปด้วย และ 5.4) ควรจัดโครงการการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคม
อาเซียนเช่น กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ และการประกวดละครโดยใช้ภาษาอังกฤษ
คำสำคัญ: ปัจจัยพยากรณ์ อายุ ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการบริหารงาน ประชาคมอาเซียน ผู้บริหารด้านสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏ


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.