การตรวจสอบความเป็นเอกมิติของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้วิธีการวิเคราะห์คู่ขนานบูทสแตร๊ปแบบปรับใหม่

อาฟีฟี ลาเต๊ะ, เสรี ชัดแช้ม, พัชรี วงษ์เกษม

Abstract


Abstract
The objective of this research was to develop a method for assessing unidimensionality of
achievement test, the new proposed method that naming Adjusted Bootstrap Parallel Analysis.
This method was evaluated from Thai achievement test subject.
The research results were as follows:
1. Adjusted Bootstrap Parallel Analysis method which is using the bootstrap procedure in
the initial step of Horn’s Parallel Analysis have had a adjust procedure as follows:
1. Generate m random observations according to a real data set for length of items
p and sample sizes n;
2. Resampling by Bootstrap procedure for each m random observations as follow;
2.1 Resampling step 1 for length of items p and sample sizes n naming bootstrap
samples 1 then compute the eigenvalues of the Exploratory Factor Analysis;
2.2 Resampling step 2 for length of items p and sample sizes n naming bootstrap
samples 2 then compute the eigenvalues of the Exploratory Factor Analysis;
2.3 Resampling steps 3 to b for length of items p and sample sizes n naming
bootstrap samples 3 to b then compute the eigenvalues of the Exploratory Factor Analysis;
3. Compute the mean of eigenvalues from each 1 to b of the bootstrap samples for
each m random observations;
4. Compute the mean, the 95th, and the 99th percentile from the eigenvalues in step 3.
2. Adjusted Bootstrap Parallel Analysis method was evaluated the rate for correctly
detecting unidimensionality of Thai achievement test subject by mean, 95th, and 99th percentile
of eigenvalue.
Keywords: Unidimensionality, Parallel Analysis, Bootstrap

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการประเมินความเป็นเอกมิติของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิธีที่พัฒนามีชื่อว่า วิธีการวิเคราะห์คู่ขนานบูทสแตร๊ปแบบปรับใหม่นำไปประเมินประสิทธิภาพจากแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการศึกษาปรากฏว่า
1. วิธีการวิเคราะห์คู่ขนานบูทสแตร๊ปแบบปรับใหม่โดยการนำกระบวนการ Bootstrap มาใช้ในขั้นตอน
เริ่มต้นของวิธีการวิเคราะห์คู่ขนานแบบฮอร์นได้ขั้นตอนวิธีที่ปรับใหม่ดังนี้
1. จำลองข้อมูลที่มีรูปแบบคล้ายกับชุดข้อมูลจริงด้วยความยาวของแบบทดสอบ p ข้อ และขนาดของ
กลุ่มตัวอย่าง n ตัวอย่าง จำนวน m ชุด
2. จากข้อมูลจำนวน m ชุดในข้อ 1 ทำการสุ่มซ้ำแบบใส่คืนด้วยกระบวนการ Bootstrap ในแต่ละชุด
ของข้อมูลดังนี้
2.1 สุ่มแบบใส่คืนครั้งที่ 1 ด้วยความยาวของแบบทดสอบ p ข้อ และขนาดของกลุ่มตัวอย่าง n
ตัวอย่าง เพื่อให้ได้ตัวอย่าง Bootstrap ชุดที่ 1 พร้อมทั้งหาค่าไอเกน ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
2.2 สุ่มแบบใส่คืนครั้งที่ 2 ด้วยความยาวของแบบทดสอบ p ข้อ และขนาดของกลุ่มตัวอย่าง n
ตัวอย่าง เพื่อให้ได้ตัวอย่าง Bootstrap ชุดที่ 2 พร้อมทั้งหาค่าไอเกน ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
2.3 สุ่มแบบใส่คืนครั้งที่ 3 ถึงครั้งที่ b ด้วยความยาวของแบบทดสอบ p ข้อ และขนาดของกลุ่ม
ตัวอย่าง n ตัวอย่าง เพื่อให้ได้ตัวอย่าง Bootstrap ชุดที่ 3 ถึงชุดที่ b พร้อมทั้งหาค่าไอเกนสุ่มแบบใส่คืนครั้งที่ 3 ถึง
ครั้งที่ b ด้วยความยาวของแบบทดสอบ p และขนาดของกลุ่มตัวอย่าง n เพื่อให้ได้ตัวอย่าง Bootstrap ชุดที่ 3 ถึง
ชุดที่ b พร้อมทั้งหาค่าไอเกน ด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
3. หาค่าเฉลี่ยของค่าไอเกนจากค่าไอเกนที่ได้จากตัวอย่าง Bootstrap ชุดที่ 1 ถึงชุดที่ b ในข้อ 2.1-2.3
ซึ่งจะได้ค่าเฉลี่ยของค่าไอเกนในแต่ละชุดของข้อมูลจำนวน m ชุด
4. หาค่าเฉลี่ยของค่าไอเกน ค่าไอเกนตำแหน่งเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 95 และค่าไอเกนตำแหน่งเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่
99 จากค่าไอเกนจำนวน m ชุดในข้อ 3
2. วิธีการวิเคราะห์คู่ขนานบูทสแตร๊ปแบบปรับใหม่สามารถประเมินจำนวนมิติได้เป็นเอกมิติทั้งการพิจารณาด้วย
ค่าเฉลี่ยของค่าไอเกน ค่าไอเกนตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 และ 99 จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย
คำสำคัญ: ความเป็นเอกมิติ การวิเคราะห์คู่ขนาน บูทสแตร๊ป


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.