การพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบคู่ขนาน วิชาคณิตศาสตร์โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท

จันทร์เพ็ญ ทองชัยยะ, รณิดา เชยชุ่ม, สุวพร เซ็มเฮง

Abstract


Abstract
This research aimed at studying development of item specification of parallel test on
mathematics using facet design theory and at checking quality of parallel test created by using
the Item Response Theory. The samples were 1,240 of ninth-grade students, at second semester
of school year of 2013, under the Secondary Education Service Area Office 18, obtained from
Two-Stage Random Sampling. The instruments used in the research were item specification of
parallel test using facet design theory, and parallel test on mathematics Section 1, number and
operations, by applying 2 volumes of facet design theory, consisting of Test 1 and Test 2. Analysis
of data was done by using IRTPRO for student. The test for differences between Test 1 and Test
2, the t-test was used. The study found that 1) the result of the development of item specification
of parallel test on mathematics Section 1, number and operations, by using facet design theory
was that the item specifications of tests consist of objectives, behavior, stimulus attributes by
using facet design theory, response attributes by using facet design theory, and test sample were
of .57–1.00, which was under the criteria of Rovinelli and Hambleton on content validity. 2) Test
1 and Test 2 had item discrimination, item difficulty, and test information function or the value
that identifies quality of test, not differently with statistical significance of .05 level, but there
were chance of prediction of test, and item information function or the value that identifies quality
of item differently with statistical significance of .05 level. 3) the relative efficiency of parallel
test, by comparing information function between the tests, was found that Test 1 and Test 2 had
test information function between tests not differently from 1 item with statistical significance of
.05 level.
Keywords: Item specification, Parallel test, Facet design theory, Item response theory

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบคู่ขนานวิชาคณิตศาสตร์ โดย
ประยุกต์ใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท และตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบคู่ขนานที่สร้างขึ้น โดยใช้ทฤษฎีการ
ตอบสนองข้อสอบกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1,240 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2556 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ที่ได้มาจากการ สุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน (Two-
Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย คุณลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบคู่ขนานโดย
ประยุกต์ใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซทและแบบทดสอบคู่ขนานวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่จำนวนและการดำเนินการ
โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท จำนวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย แบบทดสอบฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 การ
วิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม IRTPRO for student ส่วนการทดสอบความแตกต่างระหว่างแบบทดสอบฉบับที่ 1
และฉบับที่ 2 ใช้สถิติทดสอบที (t-test) ผลการศึกษาพบว่า 1) ผลการพัฒนาคุณลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบ
คู่ขนานวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท พบว่า
คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบ ประกอบด้วย จุดประสงค์ พฤติกรรม ลักษณะคำถามโดยใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท
ลักษณะคำตอบโดยใช้ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท และตัวอย่างข้อสอบมีค่าตั้งแต่ .57 ถึง 1.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์
ของโรวิเนลลีและแฮมเบิลตันในด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา 2) แบบทดสอบฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2 มีค่าอำนาจ
จำแนก ค่าความยากและค่าฟังก์ชันสารสนเทศของแบบทดสอบหรือค่าที่บ่งชี้ถึงคุณภาพของแบบทดสอบไม่พบ
ความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่มีค่าโอกาสในการเดาของข้อสอบและค่าฟังก์ชันสารสนเทศของ
ข้อสอบหรือค่าที่บ่งชี้ถึงคุณภาพของข้อสอบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ค่าประสิทธิภาพ
สัมพัทธ์ของแบบทดสอบคู่ขนาน โดยการเปรียบเทียบ ค่าฟังก์ชันสารสนเทศระหว่างแบบทดสอบ พบว่าแบบทดสอบ
ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 มีค่าฟังก์ชันสารสนเทศระหว่างแบบทดสอบไม่พบความแตกต่างกันจาก 1 ที่มีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05

คำสำคัญ: คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบ แบบทดสอบคู่ขนาน ทฤษฎีการออกแบบฟาเซท ทฤษฎีการ ตอบสนองข้อสอบ

 


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.