การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะการประเมินและ ออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้บริบทเป็นฐาน

พิชญ์สินี จักรแก้ว, สกนธ์ชัย ชะนูนันท์, อัญชลี สิริกุลขจร

Abstract


Abstract
The purposes of this research were 1) to study the effective ways of Context-Based Learning
to develop scientific inquiry process evaluating and design competency and 2) to examine the
effects of using this approach on students’ scientific inquiry process evaluating and designing
competency. The participants were 41 students from 12th grade in science and mathematics
program. Action research, AR, was employed as a research framework for the present study. In the
research process, the cycle of PAOR was run for three rounds. Research instruments were lesson
plans of context-based learning, the developed competency test, student activity sheets, student
reflection journals, classroom observation forms and researcher’s daily field notes. The statistics
analyses were mean, percentage and standard deviation. The results were, first, proper learning
management include using interesting situations, explaining definition of scientific words, using
questions to encourage students, having students identify and choose problem issues by themselves,
clear sequences of activity, proper time management and the teacher’s and student’s roles in
each stage must be clear in each step and also teachers must promote and support a variety of
learning corresponding to students’ scientific inquiry process evaluating and designing competency
development. Second, the students’ post-test score of scientific enquiry process evaluating and
designing competency is higher than the pre-test score and has a progress as developed.

Keywords: Scientific enquiry process evaluating and designing competency, Context-Based
Learning, Rate of reaction, action research.


บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้บริบทเป็นฐาน
ที่พัฒนาสมรรถนะการประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และ 2) ผลการจัดการ
เรียนรู้ที่มีต่อสมรรถนะการประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายใน
การวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ห้องเรียนพิเศษของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2558 จำนวน 41 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการซึ่งเป็นการปฏิบัติซ้ำ
ตามวงจร PAOR จำนวน 3 วงจร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดสมรรถนะ
ใบกิจกรรมของนักเรียน อนุทินสะท้อนความคิดของนักเรียน แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้และแบบบันทึกประจำวัน
ของผู้วิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
1) แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย การใช้สถานการณ์ที่มีความน่าสนใจ การอธิบายความหมาย
ของคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ การใช้คำถามกระตุ้น การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แยกแยะประเด็นปัญหาและเลือก
ปัญหาที่จะศึกษาด้วยตนเอง การลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ชัดเจน การจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมที่เหมาะสม
และบทบาทของครูผู้สอนและนักเรียนในแต่ละขั้นตอนต้องมีความชัดเจน โดยบทบาทของครูผู้สอนในแต่ละขั้นตอน
จะต้องเป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายและสอดคล้องต่อการพัฒนาสมรรถนะการประเมิน
และออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน และ 2) นักเรียนมีคะแนนสมรรถนะ
การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีการพัฒนา
สมรรถนะดีขึ้นอย่างเป็นลำดับ

คำสำคัญ: สมรรถนะการประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การจัดการ
เรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้บริบทเป็นฐาน อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี วิจัยปฏิบัติการ


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.