ผลของการสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดที่มีต่อความสามารถ ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

อัสมาอ์ หะยีตาเฮร์, ธีรพงศ์ แก่นอินทร์, อลิสรา ชมชื่น

Abstract


Abstract

    The study aimed to investigate the effects of Open Approach on mathematical word problem solving of Mathayom 2 students in Pattani province. The subjects were 87 Grade 8 students in two classes at Sasnupatam School, Pattani Province, in the second semester of Academic Year 2016. A cluster random sampling was used to select the subjects assigned into two groups: 44 in the control group and 43 in the experimental group.The objectives of this research were to compare in mathematical word problem solving ability test in the control group and the Open Approach by different thai understanding and to study a questionnaire of satisfaction with the Open Approach. In its research design, the study employed the Open Approach comprising four steps: 1) posting open-ended problem 2) students’ self-learning 3) whole class discussion and comparison and 4) summarization through connecting mathematical ideas that arose in the class, In which the whole class shared and searched for the class solution. The study experiment took 12 hours with the following study tools: teaching-based lesson plans on the application of linear equations with one variable, a mathematical word problem solving ability test, and a questionnaire of satisfaction with the Open Approach. The study utilized the Randomized Posttest-Only Control Group Design for its experiment. Mean, the standard deviation, and two-way ANOVA were used for data analysis.

    The results of the study were as follows. 1) The students in the experimental group treated by the Open Approach outperformed those in the control group in mathematical word problem solving ability at the significant level of .05. 2) The experimental group with a high level of Thai understanding outperformed those with such a low level in the word problem solving ability at the significant level of .05. 3) The experimental group with a high level of Thai understanding outperformed those in the control group with such a low level in the word problem solving ability at the significant level of .05. 4) The experimental group with a low level of Thai understanding outperformed those in the control group with such a low level in the word problem solving ability at the significant level of .05. 5) After the treatment, the students showed positive satisfaction with the Open Approach teaching method at a high level.

Keywords: Open Approach, mathematical word problem solving, Thai understanding, Satisfaction with the Open Approach

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้ศึกษาผลการสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดที่มีต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียน ที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนศาสนูปถัมภ์ จ.ปัตตานี 2 ห้องเรียน จำนวน 87 คน ซึ่งเป็นกลุ่มทดลอง 43 คน และกลุ่มควบคุม 44 คน วัตถุประสงค์ของการวิจัย เปรียบเทียบความสามารถการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ใช้วิธี การสอนแบบปกติและการสอนแบบเปิด โดยมีความเข้าใจภาษาไทยที่แตกต่างกันและความพึงพอใจต่อวิธีการสอนแบบเปิดการสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดแบ่งเป็น 4 ขั้น 1) ขั้นการนำเสนอปัญหาปลายเปิด 2) ขั้นการเรียนรู้ด้วยตนเองของ 3) ขั้นการอภิปรายและเปรียบเทียบร่วมกันทั้งชั้นเรียน 4) ขั้นการสรุปโดยเชื่อมโยงแนวคิดทางคณิตศาสตร์ของ นักเรียนที่เกิดขึ้นเครื่องที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการประยุกต์ของสมการเชิงเส้น แปรเดียว แบบทดสอบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ แบบวัดความพึงพอใจต่อวิธีการสอนแบบเปิด การทดลอง ตามแบบแผน Randomized Posttest-Only Control Group Design วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสถิติ Two-way ANOVA

    ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ใช้วิธีการสอนแบบเปิดมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สูงกว่า นักเรียนที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 2) นักเรียนที่ใช้วิธีการสอนแบบเปิดที่มีความ เข้าใจภาษาไทยสูงมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่มีความเข้าใจภาษาไทยต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 3) นักเรียนที่มีความเข้าใจภาษาไทยสูงที่ใช้วิธีการสอนแบบเปิดมีความสามารถ ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่ที่มีความเข้าใจภาษาไทยสูงที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติ อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 4)นักเรียนที่มีความเข้าใจภาษาไทยระดับต่ำที่ใช้วิธีการสอนแบบเปิดมีความสามารถใน การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่มีความเข้าใจภาษาไทยต่ำที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติระดับ .05 5) หลังการสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดนักเรียนมีระดับความพึงพอใจต่อวิธีการสอนแบบเปิดใน ระดับดี

คำสำคัญ:

วิธีการสอนแบบเปิด, ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์, ความเข้าใจทางภาษาไทย ความพึงพอใจต่อวิธีการแบบเปิดวิธีสอนแบบปกติ


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.