ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ของตำรวจท่ีปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

อัสณีย์ มะนอ, ฐปนรรฆ์ ประทีปเกาะ, อาฟีฟี ลาเต๊ะ

Abstract


Abstract

The cross - sectional analytical study aimed to investigate factors affecting health promoting behaviors of police working in the three southernmost provinces. The samples were consisted of 338 police, in which they were calculated by using program G* power. Multi - stage random sampling technique was used in recruitment the study subjects. The questionnaires about health promoting behaviors were developed and used as the research instrument. Data were analyzed using descriptive statistics as percentage, mean and standard deviation and inferential statistics by stepwise multiple regression analysis.

The results showed that perceived self-efficacy (β = 0.601, P-value <0.001), influence of unrest situations (β = 0.227, P-value <0.001), attitude toward health promotion (β = -0.129, P-value = 0.003) and knowledge about health promotion (β = -0.114, P-value = 0.005) were statistically significant effects to health promoting behaviors of the2police. All four variables could predict health promoting behaviors by 49.1 percent (Adjusted R = 0.491) with the standard error of the prediction of 0.188. The results can be useful in planning and implementing health promotion programs regarding perceived self - efficacy of the police working in the three southernmost provinces.

Keywords: Health promoting behavior, Police, Three southernmost provinces

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์คร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริม สุขภาพของตำรวจท่ีปฏิบัติงานระดับอำเภอในพื้นท่ี 3 จังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยตำรวจ จำนวน 338 นาย ได้จากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรม G* power เลือกตัวอย่างโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ โดยใช้วิธีเพิ่มตัวแปรอิสระแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis)

ผลการวิจัย พบว่า การรับรู้ความสามารถแห่งตน (β = 0.601, P-value <0.001) อิทธิพลด้านสถานการณ์ ความไม่สงบ (β = 0.227, P-value <0.001) เจตคติต่อการสร้างเสริมสุขภาพ (β = -0.129, P-value = 0.003) และความรู้เก่ียวกับการสร้างเสริมสุขภาพ (β = -0.114, P-value = 0.005) ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ของกลุ่มตำรวจที่ศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยตัวแปรทั้ง 4 สามารถร่วมกันพยากรณ์ได้ร้อยละ 49.1 (Adjusted R2 = 0.491) ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์เท่ากับ 0.188

ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางในการวางแผนจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมุ่งเน้นศักยภาพด้านการรับรู้ความสามารถแห่งตนให้แก่ตำรวจที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

คำสำคัญ: พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพตำรวจพื้นท่ี 3 จังหวัดชายแดนใต้


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.