ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ท่ีมีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการแก้ปัญหา และความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

เกรียงศักดิ์ วิเชียรสร้าง

Abstract


Abstract

This research aimed to study the effect of STEM education on chemistry achievement, problem solving ability and instructional satisfaction of grade 12 students. The target group was for 30 students of grade 12 at Kuraburi Chaipattana Pittayakom School, Churaburi District, Phungnga Province, which is under jurisdiction of the Secondary Educational Service Area Office 14, in the first semester of the 2017 academic year. They were instructed through using STEM Education approach learning for 24 hours. The research instruments consisted of lesson plan of the STEM Education, a Chemistry achievement test, a Problem Solving Ability test, and a questionnaire of Instructional Satisfaction. The experimental research was conducted using one group time-series research design. The data were analyzed by means, standard deviations, the growth scores, T-test dependent group and Repeated ANOVA Test.

The study found that 1. The students’ achievement mean score on Chemistry in the post-test was higher than that in the pre-test after learning by STEM Education approach at the 0.01 level of significance and the growth score of Chemistry achievement was 54.67 % which was in the maximum level. 2. The students’ Problem Solving Ability mean score of the post-test was higher than that of the pre-test after learning by STEM Education approach at the 0.01 level of significance. 3. The students’ Instructional Satisfaction towards STEM Education approach was at maximum level.

Keywords: STEM Education, Chemistry Achievement, Problem Solving Ability, Instructional Satisfaction 

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ที่มีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการแก้ปัญหา และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนคุระบุรีชัยพัฒนาพิทยาคม อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 14 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 1 ห้องเรียน นักเรียนรวม 30 คน ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 24 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา แบบวัดความพึงพอใจต่อการ จัดการเรียนรู้ แบบบันทึกภาคสนาม และแบบสัมภาษณ์นักเรียน ดำเนินการทดลองตามรูปแบบ กลุ่มเดียววัดหลาย ครั้งแบบอนุกรมเวลา (The One-Group Pretest-Posttest Time-Series Research Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าคะแนนพัฒนาการ (Growth Score) การทดสอบค่าทีชนิดกลุ่มตัวอย่าง ไม่อิสระต่อกัน (t-test dependent group) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวเมื่อมีการวัดซ้ำ(Repeated ANOVA Test)

ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษามีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เฉลี่ยวิชาเคมีหลังการเรียนรู้สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และมีคะแนนพัฒนาการทางการ เรียนวิชาเคมีเฉลี่ยร้อยละ 54.67 ซึ่งมีพัฒนาการระดับสูง 2. นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหาหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างอย่างมีนัยทางสถิติท่ีระดับ .01 3. นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษามีความ พึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด

คำสำคัญ: สะเต็มศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการแก้ปัญหา ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.